คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน

มาตรฐาน
คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน

ประมาณปี พ.ศ. 2500 คอมพิวเตอร์มีอยู่ในโลกนี้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องในระบบเมนเฟรม ซึ่งมีขนาดใหญ่และราคาแพง ส่วนมากจะใช้งานทางด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากนัก แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้มีขนาดเล็กลง และ ราคาก็ไม่แพงนัก คนทั่วไปสามารถซื้อหามาใช้ได้เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยทั่วไปในหน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ก็มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในหน่วยงานขึ้น และมีแนวโน้มที่จะมีการใช้สูงขึ้น เหตุผลที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น คือ1 . คอมพิวเตอร์สามารถจัดเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก เช่น เก็บข้อมูลงานทะเบียนราษฏฐ์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยซึ่งสามารถตรวจสอบประ วัติของบุคคลต่างๆได้ เป็นต้น2 . คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้รวดเร็ว งานบางอย่างคอมพิวเตอร์จะทำได้ในพริบตาในขณะที่ถ้าให้คนทำอาจจะต้องใช้เวลานา น3 . คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องหยุดพัก คือทำงานได้ตลอดเวลา ในขณะที่ยังต้องมีไฟฟ้าอยู่4 . คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ถ้ามีการกำหนดโปรแกรมทำงานที่ถูกต้อง จะไม่มีการทำงานผิดพลาดขึ้นมา5 .คอมพิวเตอร์สามารถทำงานแบบคนได้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ที่มีก๊าซพิษ กัมมันตภาพรังสี หรือในงานที่มีความเสี่ยงสูงในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น บทบาทของคอมพิวเตอร์ในงานต่างๆ เช่น

1 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ในสถานศึกษาปัจจุบันตามสถานศึกษาต่างๆ ได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียนการสอนอย่างมากมาย รวมทั้งใช้คอมพิวเตอร์ในงานบริหารของโรงเรียน เช่น การจัดทำประวัตินักเรียน ประวัติครูอาจารย์ การคัดคะแนนสอบ การจัดทำตารางสอน ใช้คอมพิวเตอร์ ในงานห้องสมุด การจัดทำตารางสอ น เป็นต้นตัวอย่างในการประยุกต์ด้านการศึกษา เช่น โปรแกรมรายงานการลงทะเบียนเรียน โปรแกรมตรวจข้อสอบ เป็นต้น

2 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ในงานวิศวกรรมคอมพิวเตอร์สามารถจะทำงานในด้านวิศวกรรมได้ตั้งแต่ขั้นตอนการลอกเขียนแบบ จนกระทั่งถึงการออกแบบโครงสร้างของสถาปัตยกรรมต่างๆ ต ลอดจน ช่วยคำนวณโครงสร้าง ช่วยในการวางแผน และควบคุมการสร้าง

3 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ในงานวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์สามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เช่น เครื่องมือวิเคราะห์สารเคมี เครื่องมือการทดลองต่างๆ แม้กระทั่งการเดินทางของยานอวกาศต่างๆ การถ่ายพื้นผิวโลกบนดาวอังคาร เป็นต้น

4 . บทบาทคอมพิวเตอร์ในงานธุรกิจคอมพิวเตอร์สามารถจัดเก็บข้อมูลได้มากมาย มีความรวดเร็ว และถูกต้อง ทำให้สามารถได้ข้อมูลที่ช่วยให้สามารถตัดสินใจในการ ดำเนินธุรกิจ ตลอดจนงานทางด้านเอกสารงานพิมพ์ต่างๆ เป็นต้น

5 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ในงานธนาคารในแวดวงธนาคารนับได้ว่าคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทมากที่สุด เพราะธนาคารจะมีการนำข้อมูล < Transaction > เป็นประจะทุกวัน การหาอัตราดอกเบี้ยต่างๆ นอกจากนี้การใช้บริการ ATM ซึ่งลูกค้าสามารถฝากถอนเงินได้จากเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งมำให้สะดวกแก่ผู้ใช้บริการเป็น< wbr>อย่างยิ่ง และเป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบัน

6 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ในร้านค้าปลีก ปัจจุบันเห็นได้ว่า ได้มีธุรกิจร้านค้าปลีกหรือที่เรียกว่า ” เฟรนไซน์” เป็นจำนวนมาก ได้มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการ ให้บริการลูกค้า เช่น ให้บริการชำระ ค่าน้ำ – ไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น จะเห็นได้ว่ามีการ online ระหว่างร้านค้าเหล่านั้นกับหน่วยงานนั้นๆ เพื่อสามารถตัดยอดบัญชีได้ เป็นต้นเคาน์เตอร์<wbr><wbr>

7 . บทบาทคอมพิวเตอร์ในวงการแพทย์ คอมพิวเตอร์ได้ถูกนำมาใช้ในการเก็บประวัติของคนไข้ ควบคุมการรับ และจ่ายยา ตลอดจนยังอยู่ในอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ เช่น เครื่องมือผ่าตัด บันทึกการเต้นของหัวใจ ตรวจคลื่นสมอง และด้านการหาตำแหน่งของอวัยวะก่อนการผ่าตัด เป็นต้น

8 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ในการคมนาคม และการสื่อสาร

คอมพิวเตอร์<wbr>ใน<wbr>การ<wbr>สื่อ<wbr>สาร<wbr><wbr> ในยุคปัจจุบัน เราเรียกว่าเป็นยุคที่เป็นการสื่อสารแบบไร้พรมแดน จะเห็นได้ว่ามีการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ในเคร ือข่ายสาธาระณะที่เรียกว่า เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถที่จะสื่อสารกับทุกคนได้ทั่วมุมโลก โดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี้ และยังมีโปรแกรม< wbr>ที่สามารถจะใช้ในการพูดคุยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกันใช้คุยกัน หรือจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์สื่อสารกับเครื่องโทรศัพท์ที่บ ้านหรือที่ทำงาน หรือแม้กระทั่งการส่ง pager ในปัจจุบันสามารถส่งทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องลูกได้ เป็นต้น

สำหรับการใช้คอมพิวเตอร์ในทางโทรคมนาคมจะเห็นว่าปัจจุบันการจองตั๋วเครื่องบินจะมีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นจำนวนมาก รวมถึงการจองตั๋วผ่านทาง Internet ด้วยตนเอง เห็นได้ว่าเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้บริการ และนอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายของสายการบินทั่วโลก ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกจองได้ตามสายการบินต่างๆ เป็นต้น

ตรวจสอบราคาค่าโดยสาร”>
ตัวอย่าง การตรวจสอบราคาค่าโดยสารและเวลาของแต่ละเที่ยวบินผ่านทาง internet

9 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ในงานด้านอุตสาหกรรมในวงการอุตสาหกรรมนับได้ว่าคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การวางแผนการผลิต กำหนดเวลาการผลิต จนกระทั่งถึงการผลิตสินค้า ควบคุมระบบ การผลิตทั้งหมดในรายงานทางอุตสาหกรรมได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุมการ ทำงานของเครื่องจักร เช่น การเจาะ ตัด ไส กลึง เป็นต้น ตลอดจนโรงงานผลิตรถยนต์ ก็จะใช้ หุ่นยนต์คอมพิวเตอร์ในการทาสี พ่นสี รวมถึงการประกอบนรถยนต์ เป็นต้น

10 . บทบาทของคอมพิวเตอร์ในวงราชการคอมพิวเตอร์ถูกนำมาใช้ในงานทะเบียนราษฏร์ ช่วยในการนับคะแนนการ เลือกตั้ง และการประกาศผลเลือกตั้ง การคิดภาษีอากร การเก็บข้อมูล สถิติสัมมโนประชากร การเก็บเงินค่าไฟฟ้า น้ำประปา ค่าใช้โทรศัพท์ เป็นต้น


เรียบเรียงโดย : มันทนา ไปเร็ว, สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

ความหมายของคอมพิวเตอร์

มาตรฐาน

คอมพิวเตอร์ คือ เครื่องมือทางอิเล็คทรอนิคส์ ที่ช่วยผ่อนแรงงานทางด้านสมอง ให้กับมนุษย์
ขนาดของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะแบ่งออกเป็น 3 ขนาดคือ
1. Main Frame Computer (เมนเฟรมคอมพิวเตอร์) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ จุข้อมูลได้มาก ใช้กับธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ หรือ ทั่วโลก ประสิทธิภาพสูงสุดในการส่งข้อมูลแบบออนไลน์ (On-Line) ราคาแพงมาก (ประมาณ 100 ล้านบาทขึ้นไป) ธุรกิจในประเทศไทย ที่ใช้เครื่อง Main Frame Computer ได้แก่ ธนาคาร , สายการบิน , ตลาดหุ้น เป็นต้น
2. Mini Computer (มินิคอมพิวเตอร์) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง ใช้กับธุรกิจขนาดกลาง เช่น ตามบริษัท , โรงพยาบาล , โรงเรียน , มหาวิทยาลัย ที่มีการออนไลน์ ภายในตัวอาคาร ไม่ไกลมากนัก ราคาเครื่องจะประมาณ 1 ล้านบาทขึ้นไป
3. Micro Computer (ไมโครคอมพิวเตอร์) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเครื่อง PC (Personal Computer) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก ใช้เฉพาะ บุคคล (1 คน ต่อ 1 เครื่อง) ราคาถูก ประมาณเครื่องล่ะ 10,000 บาท ขึ้นไป ในปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันมาก เกือบทุกธุรกิจ เพราะราคาถูก หาซื้อง่าย และประสิทธิภาพก็ใกล้เคียงกับเครื่องรุ่นใหญ่ สบาย ๆ ในปัจจุบัน ยังมีเครื่องขนาดเล็กอีก คือ เครื่องกระเป๋าหิ้ว หรือที่เรียกว่า Note Book , Lab Top และเครื่องขนาดกระเป๋าเสื้อ หรือ ที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่อง ปาลม์ Palm
ระบบของคอมพิวเตอร์ (Computer System) ระบบของคอมพิวเตอร์ จะแบ่งออกเป็น 3 ระบบคือ
1. Hard Ware (ฮารด์แวร์) คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ที่เราจับต้องได้ และมองเห็น ดังนั้น อุปกรณ์ที่เป็นคอมพิวเตอร์ หรือ เชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ ถือว่าเป็น Hard Ware ทั้งสิ้น โดยจะแบ่งอุปกรณ์ Hard Ware ออกเป็น 3 หน้าที่คือ
1.1. Input Unit คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูล ได้แก่ แป้นพิมพ์ Keyboard , เม้าส์ Mouse
1.2. Processing Unit คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ประมวลผล ได้แก่ CPU (Central Processing Unit) ในที่นี้ก็คือ เจ้ากล่องเหล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่นั่นแหละครับ เราเรียก CPU ลักษณะจะเป็น Case คือตัวเครื่อง
1.3. Output Unit คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ออกมา ได้แก่ จอภาพ Monitor , เครื่องพิมพ์ Printer , สแกนเนอร์ Scanner , ลำโพงเสียง Speaker , โปรเจคเตอร์ Projector เครื่องฉายภาพ
ในขณะเดียวกัน ยังมีอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นทั้ง Input Unit และ Output Unit ได้ด้วย เช่น เครื่องบันทึก/อ่าน แผ่นดิสก์ (Disk Drive) , เครื่องบันทึก/อ่าน แผ่นซีดี (CD Read/Writer) , เครื่องถ่ายภาพระบบดิจิตอล Digital Camera
2. Soft Ware (ซอฟท์แวร์) คือ โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นชุดคำสั่ง ที่ถูกเขียนขึ้นมาจาก ภาษาทางคอมพิวเตอร์ (Computer Language) เพื่อสั่งให้อุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ สามารถทำงานได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ Soft Ware แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ
2.1 System Soft Ware คือ โปรแกรมควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (OS = Operating System) เช่น บนเครื่อง Main Frame Computer ก็จะใช้โปรแกรมควบคุมเครื่องที่ชื่อว่า UNIX , บนเครื่อง Mini Computer ก็จะใช้โปรแกรมควบคุมเครื่องที่ชื่อว่า OS/2 , บนเครื่อง Micro Computer หรือ PC ก็จะใช้โปรแกรมควบคุมเครื่องที่ชื่อว่า DOS , หรือในปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันมากคือ Microsoft Windows นั่นเอง ซึ่ง โปรแกรมวินโดวส์นี้ ก็มีหลายเวอร์ชั่น (Version) ออกมา เช่น Windows 3.11 , Windows 95 , Windows 98 , Windows 2000 , Windows ME และล่าสุดตอนนี้ก็คือ Windows XP
2.2 Application Soft Ware คือ โปรแกรมประยุกต์ใช้กับงานต่าง ๆ บนคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะต้องถูกเขียนขึ้นมาจากภาษาทางคอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมสำเร็จรูปทั่ว ๆ ไป ได้แก่
Microsoft Word เป็นโปรแกรมที่ใช้งานสำหรับงานพิมพ์ทั่ว ๆ ไป
Microsoft Excel เป็นโปรแกรมที่ใช้งานสำหรับงานด้านการคำนวณ , ตาราง , สถิติ , กราฟ
Microsoft PowerPoint เป็นโปรแกรมที่ใช้งานสำหรับการทำสไลด์ , งานนำเสนอ Presentation
Microsoft Access เป็นโปรแกรมที่ใช้งานสำหรับฐานข้อมูล (Data Base Management)
ปกติโดยทั่วไปเราจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูป 4 ชื่อนี้ในที่ทำงานต่าง ๆ โดยเรียกรวมว่า Microsoft OFFICE
นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมอื่น ๆ ที่ใช้งานอีก อาทิ เช่น
Microsoft Publisher เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการทำนามบัตร , ป้ายประกาศต่าง ๆ , การ์ด ต่าง ๆ
AutoCAD เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการเขียนแบบ
Photo Shop เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการตกแต่งภาพ
3D Studio เป็นโปรแกรมทำภาพเคลื่อนไหว Animation
Page Maker เป็นโปรแกรมเกี่ยวกับโรงพิมพ์ เป็นต้น
3. People Ware (พีเพิ่ลแวร์) คือ บุคลากรทางคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่ทำงานในงานทางด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งงานทางคอมพิวเตอร์นั้น ก็จะแบ่งหน้าที่ต่าง ๆ กัน สามารถแบ่งบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ เป็นตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้
BOSS คือตำแหน่งของผู้บริหารสูงสุด เช่น เจ้าของบริษัท Microsoft คือ Bill Gate เป็นต้น
Admin คือตำแหน่งของผู้จัดการฝ่ายต่าง ๆ เช่น ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโปรแกรม Word เป็นต้น
System Analysis คือตำแหน่งของนักวิเคราะห์ และออกแบบระบบ
Programmer คือตำแหน่งคนเขียนโปรแกรม (ถือว่าตำแหน่งนี้สำคัญที่สุด)
Operator คือตำแหน่งผู้ดูแลระบบเครื่องต่าง ๆ คล้าย ๆ กับช่างคอมพิวเตอร์
Users คือตำแหน่งของผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
Data Entry คือตำแหน่งของผู้ป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์

ข้อตกลงการใช้ห้องคอมพิวเตอร์

มาตรฐาน

1. อนุญาตให้ใช้ห้องคอมพิวเตอร์เวลาพักกลางวัน กิจกรรมอิสระ และหลังเลิกเรียน แต่ต้องขออนุญาตทุกครั้ง

ให้เอากระเป๋าวางไว้นอกห้องเรียน หรือสถานที่ที่ครูผู้สอนกำหนด

2. ห้ามเปิดเว็บไซต์ไม่พึงประสงค์

3. ห้ามเคลื่อนย้ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกชนิด หากเสียแจ้งครูผู้ควบคุมทราบ

4. ห้ามเล่น Chat และโปรแกรมสนทนาบนอินเตอร์เน็ตยกเว้น MSN

5. ห้ามเล่น Game ทุกชนิด

6. ห้ามฟังเพลงออนไลน์ และดาวโหลดโปรแกรม เพราะจะทำให้อินเทอร์เน็ตช้าลง

7. เลิกใช้งานให้ออกจากโปรแกรมให้เรียบร้อย ปิดจอ เก็บเก้าอี้

8. ระมัดระวังของมีค่า ให้นำเข้าห้องคอมพิวเตอร์

9. ห้ามนำอาหารเข้ามาในห้องคอมพิวเตอร์

10. ห้ามส่งเสียงดังหรือรบกวนการทำงานของผู้อื่น

11. พบเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์ยังไม่ปิดให้ช่วยปิดหรือช่วยเก็บเก้าอี้

12. ให้ใช้อินเตอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ มีคุณธรรมและจริยธรรม

13. ห้ามใช้อินเทอร์เน็ตพาดพิง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และบุคคลอื่น์

14. ห้ามเล่นคอมพิวเตอร์เรื่องอื่น ๆ ขณะที่ครูสอน

15. งดใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดในห้องคอมพิวเตอร์

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด

มาตรฐาน

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้  

ง 3.1             เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล  การเรียนรู้  การสื่อสาร  การแก้ปั­ญหา  การทำงาน  และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ  ประสิทธิผล และมีคุณธรรม

ตัวชี้วัด

ง 3.1 ม.1/1      อธิบายหลักการทำงาน บทบาท และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์

ง 3.1 ม.1/2      อภิปรายลักษณะสำคัญและผลกระทบของ เทคโนโลยีสารสนเทศ

ง 3.1 ม.1/3      ประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ

หน่วยรับเข้า (Input unit)

มาตรฐาน

หน่วยรับเข้า หรือ หน่วยรับข้อมูล/คำสั่ง ทำหน้าที่รับโปรแกรมและข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลผ่านอุปกรณ์รับข้อมูล เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ เป็นต้น

อุปกรณ์หน่วยรับเข้า (Input Unit)

แป้นพิมพ์ (keyboard) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลโดยรับข้อมูลจากการกดแป้นบนแผงแป้นอักขระ แล้วส่งรหัสให้กับคอมพิวเตอร์ แผงแป้นอักขระมาตรฐานที่นิยมใช้กันมากในขณะนี้ มีจำนวนแป้น 103 แป้น

เมาส์ เป็นอุปกรณ์รับเข้าที่สามารถเลื่อนตัวชี้ไปยังตำแหน่งที่ต้องการบนจอภาพ มีลักษณะเป็นปุ่มกดครอบอยู่กับลูกกลมที่เมื่อลากไปกับพื้นแล้ว จะมีการส่งสัญญาณตามแนวแกน x และแกน y เข้าสู่คอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเมาส์มีหลายรูปแบบให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความต้องการ

แทร็กบอล คือลูกกลมที่กลิ้งไปมาวางอยู่ในเบ้า ผู้ใช้สามารถบังคับลูกกลมให้หมุนไปมาเพื่อควบคุมการทำงานของตัวชี้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันมีการสร้างแทรกบอลไว้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ๊ค เพราะสะดวกต่อการใช้ และใช้พื้นที่น้อย

ก้านควบคุม มีลักษณะเป็นก้านโยกซึ่งโยกได้หลายทิศทาง ขณะที่โยกก้านไปมาตำแหน่งของตัวชี้จะเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ก้านควบคุมมักเป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้กันมากในการเล่นเกม

เครื่องกราดตรวจรายหน้า (page scanner) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านรูปภาพหรือตัวหนังสือ เช่น รูปถ่าย และ สัญลักษณ์ต่างๆ เป็นต้น

เครื่องอ่านรหัสแท่ง (barcode reader ) เป็นอุปกรณ์รับเข้าที่ใช้สำหรับอ่านรหัสแท่ง (bar code) ซึ่งเป็นแถบเส้นที่ประกอบด้วยเส้นขนาดแตกต่างกันใช้แทนรหัสข้อมูลต่างๆ การอ่านจะใช้แสงส่องแถบเส้นทำให้เกิดการสะท้อนเพื่อรับรหัสเข้ามาตีความหาย ปัจจุบันนิยมใช้ในห้างสรรพสินค้า สินค้าทุกชนิดจะติดรหัสแท่งไว้ ผู้ขายใช้เครื่องอ่านรหัสแท่งเพื่อจะได้ทราบว่าเป็นรหัสของสินค้าใด ราคาเท่าใดและสามารถออกใบเสร็จรับเงินให้ได้อย่างอัตโนมัติ

จอสัมผัส (touch screen) สามารถเป็นได้ทั้งหน่วยรับเข้าและหน่วยส่งออก จอภาพสามารถรับข้อมูลไปประมวลผลได้โดยการสัมผัสบนบริเวณจอภาพ บริเวณจอภาพของจอสัมผัสประกอบด้วยตาข่ายของลำแสงอินฟาเรด เมื่อมีวัตถุมาสัมผัสบนจอภาพ จะมีการส่งสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งสามารถระบุตำแหน่งบนจอภาพให้กับโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ได้ จอสัมผัสประยุกต์ใช้กับงานหลายอย่าง เช่น การจองตั๋วชมภาพยนตร์ การจองที่นั่งเพื่อรับประทานอาหาร

กล้องถ่ายภาพดิจิตอล สามารถถ่ายภาพและบันทึกไว้ในหน่วยความจำภายในตัวกล้องและส่งข้อมูลภาพเข้าสู่คอมพิวเตอร์ได้

ที่มา : NECTEC